Sunday, September 23, 2007

My Sweet Destiny

งานนี้ไม่เ้กี่ยวกับ DC ที่รักแต่อย่างใด



เหตุเกิดเมื่อรู้สึก "คัน" อยากไปซาวน่าอีกครั้ง (ทั้ง ๆ ที่ไม่ค่อยอยากโดนเยะซักเท่าไร)

ตะบี้ตะบันจะไป นั่งรอ 52 ตอน 3 ทุ่มกว่า แบบไร้อนาคตว่าจะมีคันไหนโผล่มา

ตังค์ก็มะค่อยมี (อันนี้สำคัญ) ไม่รู้ใช้อะไรนักหนา เ้งินเกลี้ยงเรยเดือนนี้ (ก็แหงล่ะสิ ไปซาวน่า 3 อาทิตย์ติดเนี่ยนะ)

เอาวะ ไปก็ไป . . .

เดินเข้าไปห้องมืดแป๊บเดียว เจอมือดีลากออกมา อ้าว! ไอ้พี่ที่นั่งเม้าท์กันครั้งที่แล้วนี่หว่า (มารู้ตอนหลังว่าชื่อพี่เดียร์)

เม้าท์กันซักพัก (ไม่อยากหาเหยื่อ) อีพี่เดียร์ก็ออกไปล่า ไอ้เราก็เลยกลับไปห้องมืดอีกครั้ง คราวนี้ได้เรื่องเรยงับ

ลูบ ๆ คลำ ๆ ซักพัก ก็ลากกันออกมา เสร็จสรรพเรียบร้อย (ใช้เวลาเกือบครึ่งชั่วโมง โดยไม่เสียอธิปไตย) พี่แกก็ขอเบอร์ เราเลยให้เบอร์ล๊อกเกอร์ไป ให้แกเอาเบอร์ไปทิ้งไว้

พอออกมาที่สว่าง ๆ แล้ว โหยยยยยยยยยย!!! กูอยากได้ผัวนะ ไมอยากได้พ่อ กรี๊ดดดดดดดดดดดด ทั้งแก่ ทั้งเหี่ยว (ตอนอยู่ในห้องมืดก็คลำแต่งพุงว่ามะมี ส่วนตอนออกมาเข้าห้องก็เดินนำแกมา มะได้หันไปมอง เวรรรร!!)

หลังจากช๊อกไปซักพักก็เดินเข้าไปห้องมืดอีกห้องนึง ยังไม่ทันนั่ง ก็มีมือดีลากไป ณ มุมหนึ่งของห้อง ก็โม้กไปซักพัก พะอืดพะอมนิดหน่อยเพราะกูง่วง จะเข้าไปนอน (โว้ย) ดูดไปแบบกะลังเพลิน ๆ จังหวะเอาปากออก มันก็จับหัวเรากดไปอีกครั้ง พร้อมปล่อยออกมาเต็มที่ (ดีนะกลิ่นไม่รุนแรงมาก) ก็พอโอเค เดินเข้าห้องน้ำไปบ้วนปากนิดหน่อย เฮ้อออออ!!

ทีนี้กลับมาห้องมืด (เพื่อจะนอนจริง ๆ ซะที) หลับกะลังเคลิ้มมมมมมม อ๊ะ! มือมารมาลูบซะสะดุ้งตื่นเชียว เคืองมาก ขอบอก

ตื่นมาแบบสลิืมสลือ เดินงัวเงียออกมาข้างนอก เจออีพี่เดียร์ิอีกครั้ง มันกะลังเล็งหนุ่มคนนึุงอยู่ แบบว่าสะกิด ๆ ให้เราดูอะนะ เราก็เลยลากมันเดินเข้าไปคุย แล้วผลักมันเบา ๆ ให้ไปโดนไอ้คนนั้นอีกครั้ง (ว่าแต่ คนนี้หล่อจังแฮะ ชอบว่ะ อิอิอิ) ผลักมันเบา ๆ ไป 2 ที ทำหน้าที่เป็นกามเทพสุดฤทธิ์ สุดท้าย หันไปอีกที อ๊ะ! หายไปแระ (ไปสมสู่กานน่ะสิ เหอ ๆ ๆ)

ซักพักพอพี่เดียร์ออกมา ก็ไปนั่งคุยกันอีก แกบอกว่า ไอ้คนที่เข้าไปน่ะ ก็ไอ้คนหล่อเมื่ออาทิตย์ที่แล้วน่ะเอง

กรี๊ดดดดดดดดดดด

ซ๊อกสิคับ ซ๊อกโคด ๆ คิดถึงเค้ามาตลอดสัปดาห์ แล้วก็ได้มาเจออีกแล้ว กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด

บอกพี่เดียร์ไปว่า ถ้าเจอคนนั้นอีกน่ะ สะกิดบอกด้วย เพราะเราจำหน้าพี่เค้ามะได้ เหอะ ๆ ๆ

สุดท้าย พี่คนนั้น (ชื่อพี่หนึ่ง) ก็มาทักเราก่อน เราหันไปก็ไม่รู้หรอกว่าเป็นใคร อาศัย verb to เดา เอาว่าคงเป็นพี่แกแหละ (เห็นแกยิ้มให้อย่างเป็นมิตร มะได้ยิ้มให้อย่างหื่น ๆ) สุดท้ายก็นั่งคุยกันซักพัก (มีอีพี่เดียร์มาแจมด้วย) แล้วพี่หนึ่งก็ชวนเรากลับบ้านด้วยกัน (กลับบ้านพร้อมคนหล่อ กรี๊ดดดดดดดดดดด)

ที่จริงเราเดินออกมาหน้าปากซอย ขึ้น 52 ต่อเดีัยวก็ถึงบ้าน แต่เพราะคนชวนหล่อ (อันนี้ต้องยอมกันไป) ก็เลยต้องนั่งรถไปอนุสาวรีย์ แล้วต่อ 166 กลับบ้านอีก (ให้เปลือง และ ไกลซะยังงั้น) ก็เอาวะั ได้อยู่กะพี่หนึ่งนาน ๆ ก็โอเคแระ

ตอนที่เดินไปป้ายรถเมล์ พี่แกเห็นพระมาบิณฑบาตร แล้วแถวนั้นก็มีของใส่บาตรจัดเป็นชุด ๆ อยู่ พี่เค้าเปรย ๆ ขึ้นมาว่าอยากทำบุญ ก็เลยชวนกันซื้่อของคนละชุด ใส่บาตรพระองค์เดียวกัน

จากนั้นพอไปถึงอนุสาวรีย์ พี่แกหิวข้าว (เพราะไม่ได้กินอะไรมาตั้งแต่เมื่อคืน) เราก็เลยชวนกินก๋วยจั๊บที่ฝั่งพงหลี (เพราะข้าวหมูกรอบตรงนั้นมันไม่อร่อย) พี่แกเลี้ยงก๋วยจั๊บเราด้วยแหละ ปลื้มมมมมมมมมม

สุดท้ายต่างคนก็ต่างกลับ พี่เค้าไปขึ้นรถที่ฝั่งโรงพยาบาล เรากลับมานั่งฝั่งก๋วยเดี๋ยวเรือ (ป่าววะ) แอต่คนละฟากกันเลย

เบอร์พี่เค้า เราก็ไม่ได้ขอไว้หรอก เพราะพี่เค้าอยู่พิโลกนู่นนน แล้วเขาก็มาเที่ยว ไม่ได้มาบ่อย ๆ (รึเปล่า)

ส่วนตัวเราก็อยู่แต่ปากเกร็ด ไม่ได้ไปไหนเลย บ้านก็ไม่ค่อยได้กลัีบ ถึงกลับก็คงไม่ดั้นด้นไปพิโลก และถึงไปพิโลกก็คงไม่ไปถึงนครไทยหรอก (อยู่ส่วนไหนของพิโลกยังไม่รุ้เรย)

ก็ได้แต่ขอถ่ายรูปพี่แกเก็บไว้ เราจะได้มีไว้ดู (กันลืมหน้า) เพราะเราจำหน้าพี่เค้าไม่ได้หรอก ปกติไม่ค่อยจำหน้าใครอยู่แล้ว (แต่ถ้าเจอในที่ซ้ำ ๆ จะจำได้นะ เพราะบรรยากาศมันคล้าย ๆ เดิมน่ะ)

...

นั่งยิ้มมาตลอดทาง (แม้จะเคลิ้ม ๆ หลับไปบ้าง แต่ก็สะดุ้งมายิ้มตลอด) ยิ้มให้กับโชคชะตาน่ะ

มันไม่บังเอิญหรอกนะ ที่จะไปเจอพี่เค้าที่ซาวน่าอีกครั้ง

แต่มันบังเอิญ ที่เค้ามานั่งคุยกับเรา เค้าชวนเรากลับบ้าน เค้าชวนเราทำบุญ เค้าเลี้ยงข้าวเรา

เค้าปฏิบัติต่อเราดีมาก ๆ มากซะจนเราปลื้ม เพราะในชีวิตเรา นอกจากครอบครัว และอดีตแฟนแล้ว ไม่มีใครที่เพิ่งรู้จักกัน แล้วเทคแคร์เราดีขนาดนี้มาก่อน

เรายอมรับว่าชอบพี่เค้ามาก (เดิมก็ชอบอยู่แล้ว พอมาเจอกันอีกครั้ง แล้วพี่เค้าดีกับเราขนาดนี้ มันเลยปลื้มโคด ๆ)

แต่เราทำได้เพียงเฉยไว้ ไม่แสดงอาการอะไรออกไป เพราะถึงพี่เค้าจะมีใจให้ แต่ด้วยระยะทาง ความห่างไกล ความผูกพันทางใจที่แทบจะไม่มี เราว่าสุดท้ายความรักนี้มันคงพังลงแน่ ๆ และคงเป็นเราที่เป็นฝ่ายเสียใจ (กรณีของอีจิมเป็นเครื่องตอกย้ำได้ดี)

แอบอธิฐานในใจ ว่าขอให้ได้เจอพี่แกอีกครั้ง ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ามันแทบเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ขอหวังลึก ๆ ละกันนะ

สุดท้ายนี้ ยังไงก็รักอั๊งเสมอ แต่พี่แกก็เป็น A Little Sweet Destiny ของช่วงนี้อะนะ อิอิอิ

No comments: